Novel

นายขายาวกับยัยขาสั้น^^

posted on 22 Jul 2012 03:29 by likesnow in Novel directory Fiction, Diary, Idea
นายขายาว
"เดินเร็วๆสิ"
 
ยัยขาสั้น
"อ๊าย อีตาบ้า เธอขายาวกว่าชั้นนะ
นี่ชั้นก็เดินซอยจนเป็นเพนกวินแล้วนะยะ"
 
นายขายาว
"= =' อะเราก้าวเล็กลงล่ะ"
 
ยัยขาสั้น
"อย่าเดินนำหน้าฉันได้ม่ะ 
เพราะฉันเดินตามเธอไม่ทัน"
 
นายขายาว
"อย่าเดินตามหลังฉันได้ม่ะ
เพราะเราอาจพลัดหลงกันได้นะ"
 
นายขายาว
"มาส่งมือมาเราจะเดินไปด้วยกันนะ"
 
ยัยขาสั้น
"อื้ม เราจะได้ไปพร้อมกันนายก้าวยาว
ฉันก็จะก้าวยาว"
 
นายขายาว
"อื้ม ถ้าเธอก้าวสั้น
เราก็จะก้าวเล็กลงเพื่อเดินไปพร้อมกับเธอนะ ยัยขาสั้น^^"
 

ใจเธอ ใจฉัน มีกันตลอดไป

posted on 21 May 2012 00:22 by likesnow in Novel directory Fiction

ชาย ผู้มีนิสัยเป็นผู้ใหญ่ เป็นสุภาพบุรุษ รักการเขียนไดอารี่อย่างมาก เฝ้าตามหาใครสักคนที่นิสัยไม่เหมือนตัวเองหรือใครสักคนที่จะช่วยเติมเต็มส่วนที่เขาไม่มีได้ เรียนสาขาวิศวกรรมโยธา ชั้นปี3

ฟาง ผู้หญิงที่ตัวเล็ก น่ารัก เอาแต่ใจนิดหน่อย ซุ่มซ่าม ทำตัวเหมือนเด็กโดยไม่รู้ตัว รักความยุติธรรม เรียนสาขาจีนธุรกิจ ชั้นปี2

ณ โรงอาหารของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

ผู้ชายกลุ่มนึงไม่ยอมต่อแถวซื้ออาหาร ฟางหญิงสาวผู้รักความยุติธรรมก็เข้าไปจัดการ เพื่อเรียกความยุติธรรม “นี่นาย เห็นมั้ยคนอื่นเขาต่อแถวซื้ออาหาร นายเป็นใคร โตแล้วน่ะ ทำไมถึงทำตัวแบบนี้ ถึงแม้จะหิวมากขนาดไหนคนอื่นเขาก็หิวเหมือนกันโดยเฉพาะฉัน อย่าทำให้ฉันต้องโมโหหิวได้มั้ย หัดมีสมบัติผู้ดีซะบ้างสิ” หัวโจกของกลุ่มนั้นทำท่าจะมาหาเรื่อง

ชายเห็นท่าไม่ค่อยดีเลยรีบเข้าไปห้าม “นายคิดจะทำอะไร ผู้หญิงเขาก็ตัวนิดเดียว นายเองก็ไม่ถูก โตแล้วด้วยทำไมถึงไม่ต่อแถวล่ะ” คนทั้งโรงอาหารต่างมองมา

จากนั้น หัวโจกคนนั้นก็เดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ แต่ทิ้งให้ฟางอารมณ์เสียอยู่อย่างนั้น พอชายเห็นก็เลยพูดไปว่า “อารมณ์เสียอย่างนี้ไม่น่ารักเลยน่ะ พี่เลี้ยงข้าวเอามั้ยน้อง กินเท่าไหร่ก็ได้จนกว่าน้องจะอารมณ์ดี ตกลงมั้ย”

“แล้วพี่นึกอย่างไงถึงจะมาเลี้ยงข้าวฉันล่ะ”

“พี่ก็นิสัยคล้ายน้องไง ตรงที่น้องเห็นอะไรไม่ถูกต้องน้องก็เข้าไปจัดการ พี่ก็คล้ายกับน้องตรงที่ว่า ผู้รักความยุติธรรมนั้น จะมาหน้ามุ่ยด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง พี่ก็ยอมไม่ได้เช่นกัน เหตุผลอาจดูตลก แต่อย่าคิดมากสิ พี่แค่อยากเลี้ยงข้าว คนที่มีอุดมการณ์คล้ายกันกับพี่ไง”

ทั้งคู่นั่งกินข้าวด้วยกัน ระหว่างที่นั่งกินข้าวอยู่นั้น ฟางก็พูดขึ้นว่า “ขอบใจนายมากน่ะที่ช่วยฉัน และยังเลี้ยงข้าวฉันอีก” ฟางยิ้มอย่างมีความสุขและหม่ำข้าวอย่างสุขใจ ฝั่งชายก็เริ่มตกหลุมรักกับสิ่งที่เธอทำไม่รู้ตัว

ชายเขียนในไดอารี่ว่า “ผมไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนกินจุ และทำท่ากินที่ชวนให้คนรอบข้างนั้นอยากกินและ มีความสุขตามเธอไปด้วย เท่าเธอมาก่อนเลย” ชายเขียนไดอารี่ไปก็อมยิ้มไป ชายพูดคนเดียวว่า

“เฮ้ย... มีคนแบบเธอบนโลกนี้ด้วยเหรอเนี่ย” แล้วชายก็นั่งนึกถึงภาพที่เกิดขึ้นวันนี้

“ผมไม่อ้อมค้อมเลยน่ะ เอาแบบแมนๆเนี่ยแหละ คือว่า ผมขอโทษน่ะที่ผมสืบประวัติของคุณ ผมรู้สึกแอบชอบคุณตั้งแต่วันนั้น ที่เราได้พบกันครั้งแรก เพราะคุณเป็นผู้หญิงที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน แต่ในรูปแบบไหนนั้นผมยังไม่ขอบอกคุณจนกว่า เราจะได้รู้จักกันมากกว่านี้ก่อน ผมจึงจะให้คำตอบกับคุณได้ชัดเจนกว่านี้ ผมอยากลองคบกับคุณได้มั้ยครับ”

                ฟางยิ้ม เพราะคิดว่าข้อความที่ส่งมาเมื่อเช้านั้นเป็นของชาย และบวกกับว่าเธอชอบเขาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงตอบไปว่า “ตกลงค่ะ คุณ...”

                “ผมชื่อ ชาย ครับ”

                “อ๋อค่ะ คุณ  ชาย” ทั้งสองต่างยิ้มให้กัน

                “เย็นนี้เราไปเดินเล่นที่ห้างด้วยกันไหมครับ”

                “อ่อ ได้ค่ะ”

“งั้นเรียนเสร็จประมาณ 4 โมงเย็นเจอกันน่ะครับ”

                “แหมๆ แม้กระทั่งเรียนเสร็จกี่โมง  คงไปสืบมาหมดเลยสิน่ะค่ะ”

                “ก็ไม่เชิงหลอกครับ”  ชายตอบด้วยท่าทีเขินๆ เวลาชายเขินจะน่ารักมาก

เมื่อถึงเวลานัด ชายก็พูดแซวฟางว่า

“มาตรงเวลาดีนี่เราอ่ะ”

                “แน่นอนอยู่แล้วค่ะ”  ฟางตอบแบบยิ้มแฉ่ง

                “อืม วันนี้ต้องขึ้นรถเมล์ไปเที่ยวก่อนน่ะ คือรถมอเตอร์ไซด์พี่เอาไปซ่อมอ่ะครับ”

                “อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ สบายมาก”

ช่วงเวลาตอนเย็น รถเมล์ล้วนเต็มไปด้วยผู้คนเบียดเสียดกันบนรถเมล์เป็นจำนวนมาก

เมื่อมีคนลุกออกไปที่จึงว่างสองที่ พอสำหรับที่จะให้ชายกับฟางนั่ง แต่ชายกลับเรียก ผู้หญิงอีกคนให้มานั่งแทน ส่วนชายก็ยืนโหนรถเมล์ต่อไป ฟางแอบประทับใจในตัวชาย ถึงแม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อย แต่ชายก็ไม่เคยที่จะลืมหน้าที่ของลูกผู้ชายคนนึงเลย

เมื่อพอถึงห้าง ตาของฟางก็เอาแต่จ้องที่เสื้อผ้าจนเดินไม่ดูทาง เดินสะดุด เดินเตะโน่นนี่บ้าง ชายก็ได้แต่ขำพร้อมกับส่ายหัว และก็บ่นว่า

“ทำอย่างกับไม่เคยมาเดินห้าง เดินระวังหน่อยสิครับ มัวแต่ดูของ ตาเดินไม่ดูทางเดี๋ยวก็หน้าคว่ำไปจนได้”

ฟางเกือบหน้าคะมำ ชายเข้ามาประคองแล้วพูดว่า

“เห็นมั้ย พูดยังไม่ทันขาดคำเลย”

“ก็ฟางไม่เคยมาที่ ที่ของเยอะอย่างงี้นี่ค่ะ”

“เฮ้ย เรานี่เหมือนเด็กไม่มีผิด”             

“ใครบอกค่ะ ฟางอ่ะโตแล้วอยู่ตั้งปี2 แล้วน่ะ นายมาว่าฟางไม่ได้น่ะ”

“อยู่ปี2 หรือว่าป.2 ห่ะ ดูสิ มองค้อนจนตาจะเอียงแล้วนั่น”  แล้วชายก็ขำอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ชายหลังจากเที่ยวกับฟางเสร็จคืนนั้นก็กลับมานั่งเขียนไดอารี่ของเขาว่า

                “วันนี้คงเป็นวันที่มีค่าสำหรับผมมากที่สุดอีกวันนึง เธอเป็นผู้หญิงที่น่าค้นหามาก ถึงแม้จะมีเอาแต่ใจไปบ้าง แต่ในสายตาของผม เธอยังคงดูเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กคนนึงอยู่ดี นึกแล้วก็อดขำไม่ได้ ผู้หญิงอะไรรั้นจริงๆ ผมบอกให้เธอเรียกผมว่า “พี่” พี่เฉยๆก็ได้  แต่เธอก็รั้นที่จะเรียกผมว่า “นาย” เธอบอกว่าเธอติดปากไปแล้ว จะให้มาเปลี่ยนง่ายๆได้ไงกัน ผมหมันไส้ในความน่ารัก ใสๆของเธอ ผมจึงบอกเธอว่า “งั้นพี่ จะเรียกฟางว่า ไอ้ตัวเล็ก”  ฟางทำแก้มป่อง มองค้อนๆว่า “นายจะเรียกอะไรก็เรียกไปเลย เชอะ”

ตั้งแต่วันนั้นมาฟางได้รับข้อความที่ส่งมาให้ทุกๆเช้า ซึ่งฟางก็ยังคงคิดว่าเป็นชาย ที่ส่งข้อความให้กับเธอทุกวัน

                นนท์ผู้ชายที่ไม่ยอมต่อแถวซื้ออาหารคนนั้น นนท์ภายนอกดูแข็งกร้าว แต่ภายในใจเขาอ่อนโยนมาก ชอบทำสิ่งที่ละเอียดลอออย่างมาก

ตอนนี้นนท์กำลังนั่งนึกถึงภาพเหตุการณ์เด็กผู้หญิงตัวเล็กคนนั้น  เด็กผู้หญิงที่ทำตัวคิดว่าตัวเองเป็นซุบเปอร์แมน คิดว่าตัวเองเป็นฮีโร่ จัดการกับตัวร้ายหรือคนไม่ดี  นนท์ซึ่งยืนดูเหตุการณ์ ที่เด็กผู้หญิงคนนั้นเข้าไปช่วย เด็กผู้ชายตัวเล็กคนนึง ที่ถูกเด็กชายอ้วนๆคนนึงกำลังแย่งของเล่น  เด็กหญิงคนนั้นไม่ใช่ใครถ้าไม่ใช่ฟาง

                “นี่  ไอ้อ้วน คิดว่าตัวใหญ่แล้วทำเป็นใหญ่หรือไงห่ะ  แย่งของคนอื่นแบบนี้ทุเรศที่สุด ไอ้อ้วน เอาของเค้าคืนไป         ไม่งั้นแกมีเรื่องแน่ หึ คิดว่าตัวเองใหญ่นักหรือไง” ฟางพูด

                “แล้วแกเป็นใคร ตัวก็เล็กแค่นี้ แล้วก็เป็นผู้หญิงด้วย อย่ามาทำเป็นเก่งแถวนี้เลย” เด็กผู้ชายอ้วนทำท่ากวนโมโหสุดฤทธิ์

                “เป็นผู้หญิงแล้วไง  เขาเป็นซุบเปอร์แมนคอยจัดการกับสับประหลาดอย่างแกไงไอ้อ้วน”

                “หึ อยากพูดยังพูดผิด สัตว์ประหลาดไม่ใช่สับประหลาด ไม่รู้แล้วอย่ามาพูดดีกว่า” แล้วเด็กผู้ชายอ้วนก็ขำอย่างผู้ที่เหนือกว่า

                ส่วนฟางทำตากลอกไปกลอกมา แล้วก็แอบเขินที่พูดผิด 

                ฝั่งนนท์ก็ไม่แพ้กันยืนดูเห็นการณ์อยู่ก็อดที่จะขำไม่ได้ และก็ท่าทางที่อึ้งไปพักนึงของฟาง

                “อืมๆ  พูดผิดแล้วทำไมล่ะ อย่างน้อยเขาก็ไม่เคยแกล้งใคร ไม่เคยเอาเปรียบใครอย่างแก  ไอ้อ้วน”

                เด็กชายอ้วนเดินจ้องหน้าเข้ามา อย่างเอาเรื่องกับฟางแทน ฟางก็ทำท่าแบบจะสู้แต่ก็ทำอะไรไม่ถูก  นนท์เห็น    ทีท่า ก็รู้ว่าฟางเก่งแต่ปาก แต่ไม่กล้าที่จะต่อสู้อย่างที่พูด นนท์จึงเข้าไปช่วย             

                “เฮ้ย พอแล้วไอ้อ้วน หยุดรังแกคนที่อ่อนแอกว่าได้แล้ว”  เมื่อเด็กชายอ้วนเห็น ก็ทำท่ากลัว เพราะรู้ว่าตัวเองสู้นนท์ไม่ได้แน่

                นนท์ค่อนข้างมีอิทธิพล ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา หรือบุคลิคที่เงียบขรึม ใครที่ไม่เคยคบกับนนท์อย่างจริงจัง  จึงกลัวนนท์ แต่นนท์ก็ไม่เคยที่จะทำร้ายใครก่อนเลย

                จากนั้น เด็กผู้ชายก็คืนของเล่นให้ แล้วก็รีบวิ่งหนีไป นนท์หันมาทางฟางและพูดว่า

                “เธออ่ะ ถ้าไม่กล้าที่จะสู้  ก็อย่ามาทำเป็นเก่งเข้าใจมั้ย”

                “ขอบคุณมากน่ะ ที่มาช่วยเขาอ่ะ” ฟางไม่สนใจกับคำพูดของนนท์เลย  ได้แต่ขอบคุณนนท์

นนท์ไม่พูดอะไร และเดินจากไป ที่สำคัญที่สุดคือ นนท์นั้นยังคงจำภาพฟางที่เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กในวันนั้นได้อย่างไม่มีวันลืม

 

ชายกำลังนั่งดูข้อมูลต่างๆในโน๊ตบุ๊ค บนโต๊ะหินอ่อน ใต้ร่มไม้ ภายในมหาวิทยาลัย ฟางเดินเข้ามาแล้วทำเป็นพูดจีนใส่ชายว่า

edit @ 4 May 2012 18:17:13 by Likesnow

edit @ 4 May 2012 18:37:17 by Likesnow

Favourites